ขอนแก่นสั่งห้ามเผาฟางข้าว-ใบอ้อย เด็ดขาด รับมือ PM 2.5 ย้ำปกครอง-เกษตร

110

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลายพื้นที่ของ จ.ขอนแก่น เริ่มเข้าสู่ช่วงของการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ประจำฤดูกาลผลิต 2563/2564 ทำให้ขณะนี้เกษตรกรเริ่มทำการเกี่ยวข้าวกันอย่างต่อเนื่องทั้งรูปแบบการลงแขกเกี่ยวข้าวแบบวิถีดั้งเดิมของคนในครอบครัวหรือชุมชน รวมทั้งการใช้รถเกี่ยวข้าว ซึ่งเมื่อทำการเกี่ยวแล้วเสร็จก็จะนำมาตากมาตาก โดยเฉพาะที่ในเขต ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่เกษตรกรนำข้าวมากเต็มพื้นที่ลานวัด,โรงเรียน รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะในชุมชนตามที่ทางการกำหนด

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรทั้ง 26 อำเภอของจังหวัด เริ่มทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีกันอย่างต่อเนื่องแล้ว ทำให้พื้นที่ตากข้าวที่ปีนี้จังหวัดได้เปิดพื้นที่ของทางการเป็นพื้นที่ตากข้าวให้กับเกษตรกรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แทนการนำข้าวไปตากบนถนน เนืองแน่นไปด้วยข้าวเปลือกจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเฝ้าผลผลิตของเกษตรกรตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันเมื่อการเก็บเกี่ยวเกิดขึ้นก็จะส่งผลต่อฟางข้าวที่มีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นมาตรการรับมือต่อภาวะฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ในระยะนี้จึงต้องเริ่มแผนปฎิบัติงานทันที โดยที่ในขณะนี้ได้กำชับและเน้นย้ำให้ทุกอำเภอ โยเฉพาะฝ่ายปกครองและเกษตร รวมทั้งสำนักงานสิ่งแวดล้อม ได้ทำความเข้าใจและขอความร่วมมือในการห้ามเผาฟางข้าวเด็ดขาด

“ มาตรการห้ามเผา ทั้งจังหวัดเรายังคงเน้นหนักและบังคับใช้ตามข้อกฎหมายในด้านต่างๆอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์ภาวะฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อีกทั้ง ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.เป็นต้นไปจะเป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวอ้อย ซึ่งจะทำให้ปริมาณของฟางข้าวและใบอ้อย ที่คงเหลือจากการเก็บเกี่ยวก็จะมีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นแนวทางที่จังหวัดได้แจ้งไปยังทุกอำเภอคือการนำฟางข้าวและใบอ้อย ที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตมาแปรสภาพเป็นปุ๋ยชีวภาพ, ทั้งในรูปแบบของการไถกลบตอซัง ,การนำมาทำปุ๋ยอินทรีย์,การนำมาเป็นอาหารสัตว์อัดก้อน ,การนำมาทำเสวียนล้อมโคนต้นไม้ ตามเทคนิคทางวิชาการที่สำนักงานเกษตรจังหวัดจะลงพื้นที่เข้าไปทำความเข้าใจและประสานการทำงานร่วมกันกับชุมชน และพิเศษที่สุดในปีนี้คือการที่จังหวัดได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านฝีมือ ในกรที่จะนำฟางข้าวที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตมาทำเป็นของที่ระลึกที่สวยงามของจังหวัดโดยเฉพาะไดโนเสาร์ตัวน่ารักและงานฝีมือต่างๆ จากฝีมือของเกษตรกรขอนแก่นที่ขณะนี้มีนำมาวางจำหน่ายที่ศูนย์โอทอปด้านข้างศาลากลางจังหวัดกันแล้ว”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า จังหวดได้กำหนดแผนการรับมือต่อทุกสถานการณ์แบบต่อเนื่องเดือนต่อเดือน โดยมีแผนเผชิญเหตุ แผนรับมือ แผนป้องกัน แผนปราบปราม แผนการให้ความช่วยเหลือ ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยมีแผนการบูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกหน่วยงานแบบเป็นทีม ดังนั้นในระยะนี้การรับมือกับภาวะมลพิษฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่จะเกิดขึ้นในช่วง พ.ย.ต่อเนื่องถึงฤดูแล้งปีหน้า จากภาวะอากาศที่แห้ง มาตรการกำจัดมลพิษ ด้วยการสั่งห้ามเผาฟางข้าว และใบอ้อย ในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตนี้จะช่วยให้สถานการณ์ดังกล่าวในจังหวัดนั้นเบาบางลง

Comments

comments