ขอนแก่นโมเดลโครงการคนละครึ่ง ไปได้ดี

126

ขอนแก่นเผยยอดใช้จ่ายคนละครึ่งเดือนแรกสูงสุดในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน เงินสะพัดทะลุ 461 ล้านบาท ผู้ว่าฯระบุตอบโจทย์ทุกความต้องการลงลึกถึงระดับฐานราก เสริมสภาพคล่องได้อย่างชัดเจน พร้อมแนะประชาชนเตรียมลงทะเบียนเฟสสองใครไม่มีระวังตกเทรนด์

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 พ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนชาวขอนแก่นยังคงออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งคึกคักต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้าที่เป็นหาบเร่แผงลอย ร้านค้าตามตลาดนัด ร้านค้าชุมชน ร้านอาหารตามสั่ง รวมไปถึงร้านค้าทั่วไป ที่ต่างเข้าใจในระบบการให้บริการและสามารถให้บริการกับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์คนละครึ่งตามนโยบายของรัฐบาลเฟสแรกได้อย่างคล่องตัว ขณะที่ลูกค้าต่างก็เข้าใจในระบบการขอรับบริการและระบบการชำระเงินผ่านแอบพลิเคชั่นเป๋าตุง ของธนาคารกรุงไทยอย่างคล่องแคล่วแล้วเช่นกัน ทำให้บรรยากาศของการใช้จ่ายในเขต จ.ขอนแก่น ตามโครงการคละครึ่งจึงคักคักอย่างมาก

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดได้รับทราบถึงสถิติข้อมูลของการใช้บริการและการให้บริการที่แยกเป็นกลุ้มร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ทั้งจังหวัดมีทั้งหมด 14,920 ร้านค้า ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 761,186 ร้าน ซึ่งสัดส่วนจำนวนร้านค้าของขอนแก่นเมื่อเทียบกับร้านค้าทั้งประเทศ เราอยู่ในสัดส่วนที่ 1.96% ดังนั้นคณะทำงานตามโครงการดังกล่าวยังคงเดินหน้าให้บริการกับกลุ่มร้านค้าที่ต้องการที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยเฉพาะที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น ที่เจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทย และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคลังจังหวัดยังคงจัดตั้งศูนย์อำนวยการหลักเพื่อรับลงทะเบียนและรับรองร้านค้าให้กับร้านค้าที่ยังคงสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ขณะที่กลุ่มร้านค้าในต่างอำเภอสามารถที่จะลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทยใกล้บ้านได้เช่นกัน

“ มีการพูดกันว่าหากใครไม่ได้ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง หรือไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งถือว่าตกเทรนด์อย่างมาก ดังนั้นในเฟสที่สองตามที่รัฐบาลจะเปิดระบบให้มีการลงทะเบียนจึงขอให้ชาวขอนแก่น ที่สนใจนั้นได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและเตรียมพร้อมในการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเพื่อที่จะได้รับสิทธิ์ตามที่รัฐบาลกำหนด เนื่องจากโครงการดังกล่าวนี้นั้นเป็นการกระตุ้นภาพรวมทางเศรษฐกิจในระดับฐานรากได้อย่างชัดเจนและเห็นผลที่สุด ร้านค้าที่ร่วมโครงการทีปริมาณลูกค้ามาใช้จ่ายมากขึ้น มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าก็ลดค่าครองชีพได้มากตามวงเงินที่รัฐบาลกำหนดเช่นกัน”

Comments

comments