คนเสื้อแดงขอนแก่น ร่วมถวายสังฆทาน กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญให้ผู้เสียชีวิต จากเหตุรัฐประหาร

26

 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ริม ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น แกนนำกลุ่ม นปช.ขอนแก่น ร่วมกับ กลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น,กลุ่มขอนแก่นพอกันที,ภาคีเครือข่ายนักเรียน KKC และคณะราฎรขอนแก่น ได้กำหนดจัดกิจกรรมยุติธรรมไม่มี 12 ปีเราไม่ลืม ด้วยการนิมนต์พระภิกษูสงฆ์ 4 รูป มารับการถวายสังฆทานและประกอบพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให่้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะกับระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมที่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 10 เม.ย.2553 พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมเพ่อเปิดโอกาสให้กับผู้ชุมนุมได้ขึ้นปราศรัยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา นำโดย นายอรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น,นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และ นายวรพจน์ สวัสดิถาวร แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น ท่ามกลางการป้องกันและรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง ทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยรอบสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุความรุนแรงหรือการเข้ามาสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจจะเกิดขึ้นได้ นายอรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำคณะราษฎร กล่าวว่า 12 ปีที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนนั้นไม่มีวันลืม วันนี้แม้จะผ่านเหตุการณ์มาแต่อุดมการณ์ในการต่อสู้ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้แกนนำคนเสื้อแดง แกนนำ นปช. แม้กระทั่งผู้ที่ผ่านการชุมนุมเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ได้มาถ่ายทอดเหตุการณ์มาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันกับผู้ชุมนุมในปัจจุบัน

ซึ่งแกนนำปัจจุบันบางคนเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาได้ตามผู้ปกครองไปชุมนุมที่กรุงเทพฯด้วย วันนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แม้เวลาจะผ่านไปเพียงแต่ แต่ภาพจำหรือความทรงจำในเหตุการณ์ในอดีตยังคงตราตรึงและเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ที่มีอุดมการณ์รักประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงไม่เอาระบอบผเด็จกาลจะยังคงเดินหน้าต่อสู้อย่างเข้มข้นต่อไป ของผู้ที่มีหัวใจรักประชาธิปไตยทั้งประเทศ “ผมกับคุณปารีณา ไกรคุปต์ นั้นต่างฝ่ายต่างไม่ชอบกันอยู่แล้ว คดีความที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับคุณปารีณา นั้นก็อยู่ในชั้นศาลในประเด็นนี้ก็ขอให้ศาลได้พิจารณาตัดสินตามกระบวนการของกฎหมาย แต่การที่คุณปารีณานั้นถูกตัดสินจากศาลให้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ถูกตัดสินที่ปราศจากความชอบธรรมตามสิทธิของประชาชน แม้แว๊ปแรกทุกคนจะสะใจ แต่ถ้ามองด้วยความชอบธรม มองด้วยเหตุและผล และมองด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2560 คุณปารีณา นั้นตกเป็นเหยื่อที่ชัดเจน จากผู้ที่มีอำนาจที่ต้องการจะเชือดคน โดยระบุว่าขนาดคนของตัวเอง และเป็นคนใกล้ตัวยังคงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ดังนั้นอะไรคือจริยธรรมนักการเมือง เรื่องนี้ก็ต้องแจ้งให้ชัดเจน ซึ่งเมื่อศาลฎีกา ได้ตัดสิทนมาอย่างนี้ ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะโดนได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังประชารัฐ,ภูมิใจไทย,เสรีรวมไทย,เพื่อไทย หรือก้าวไกล ทุกคนและทุกพรรคที่เป็นนักการเมืองก็จะโดนทั้งหมดหากผู้ที่มีอำนาจไม่ชอบหรือไม่พอใจ” นายอรรถพล กล่าวต่ออีกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แกนนำพรรคก้าวไกล ในระยะจะถูกใบสั่งเช็คบิลอย่างต่อเนื่องเพราะอยูใ่นช่วงใกล้เลือกตั้งและต้องการตัดไฟแต่ต้นลม แบบถอนรากถอนโคน จากวงการการเมืองของไทยจากผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ซึ่งก็เหมือนหมากรุก ที่จะต้องตัดไปทีละตัวและค่อยๆตัดไป โดยอ้างให้เห็นว่าขนาดคนของพรรคก็ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว ดังนั้นถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องมาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนุญในความไม่ชอบธรรม โดยยกคดีของคุณปารีณา เป็นเหยือ ว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงไปหรือไม่ ตัดสิทธิ์คนคนหนึ่งไปตลอดชีวิต และหากเป็นไปได้ถ้าการจัดกิจกรรมของนักจัดกิจกรรม จะเปิดเวทีในประเด็นนี้ก็ควรที่จะเชิญคุณปารีณามาร่วมพูดคุย แต่ถ้าตนเองจัด ก็ขอคิดดูก่อน เพราะต้องพิจารณาผู้ที่จะมาร่วมเวทีหรือร่วมปราศรัย มากพอสมควร เพราะจะทำให้กิจกรมที่จะจัดขึ้นตามอุดมการณ์ของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยละต่อสู้เพื่อความถูกต้องจะกลายเป็นอย่างอื่น

Comments

comments