ชาวสุรินทร์ร่ำไห้ น้ำท่วมเดือดร้อนหนัก

30

ที่ ตำบลหนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า หลายครอบครัวกำลังได้รับความเดือดร้อนหนัก จากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ เนื่องจากความช่วยเหลือจากหน่วยงานยังมาไม่ทั่วถึง ทั้งอาหารการกิน ความเป็นอยู่ และอาหารที่จะให้สัตว์เลี้ยงที่มีอยู่มากมายได้กิน เพราะว่าปีนี้น้ำมาเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน และน้ำก็ยังมีทีท่าว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆทุกวัน เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ติดกับลำน้ำมูลเป็นส่วนใหญ่ บางหมู่บ้านก็ถูกปิดตายไปแล้ว ต้องใช้เรือเท่านั้นที่จะเข้าไปถึงได้ หลายชีวิตต้องการความช่วยเหลือเป็นการด่วน แม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากความเดือดร้อนมีหลายหมู่บ้านและหลายครอบครัว และนับวันก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกิดความเสียหายมากมาย ทั้งพืชไร่ ทั้งนาข้าว บ้านเรือน บ่อเลี้ยงปลา ต่างจมน้ำเสียหายหมด สัตว์เลี้ยง วัว-ควายไม่มีอาหาร และหญ้า-ฟางให้กิน ต้องอพยพไปอยู่พื้นที่อื่น

โดยที่บ้านหนองบัวทอง ต.หนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ คุณป้าเปลี่ยน เพียรเสมอ อายุ 56 ปี และชาวบ้านที่เดินลุยน้ำออกมาบอกกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับร่ำไห้ว่า ตอนนี้พวกตนกำลังเดือดร้อนกันมากเรื่องที่อยู่ที่กิน เนื่องจากน้ำท่วมบ้านมาหลายวัน ห้องน้ำก็ไม่มีใช้ แม้ว่าทาง อบต.จะออกมาช่วยเหลือบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ และผู้สื่อข่าวยังได้พบกับชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เพิ่งจะนั่งเรือออกมาจากหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วม ก็ได้เล่าถึงความเดือนร้อนให้ผู้สื่อข่าวฟัง พร้อมกับวอนขอความช่วยเหลือไปถึงหน่วยงานต่างๆ ให้รีบออกมาช่วยเหลือ และยังฝากไปถึง “ บิณฑ์ บันลือฤทธิ์” ดารานักแสดงชื่อดัง และมูลนิธิร่วมกตัญญู ให้ลงมาช่วยเหลือพี่น้องทางนี้บ้าง เพราะตอนนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนหนักมาก

ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่ ก็พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่น้ำได้หลากเข้าท่วม โดยเฉพาะนาข้าวของชาวบ้านได้ถูกน้ำท่วมไปแล้วเกือบทั้งหมด ถนนบางสายในหมู่บ้านก็ถูกตัดขาด และบางเส้นทางก็กำลังจะถูกน้ำท่วมตัดขาดไปในไม่ช้าอีกด้วย ต้องอาศัยเรือที่ทางหน่วยงานราชการส่งมาช่วยเหลื่อ เพื่อใช้เดินทางเข้าออกหมู่บ้าน ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ถูกตัดขาด และรอความช่วยเหลืออยู่ แม้ว่าในวันนี้หลายหน่วยงานจะเร่งออกไปให้ความช่วยเหลือไปบ้างแล้ว ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ก็ยังไม่เพียงพอและทั่วถึง ชาวบ้านจึงต้องอาศัยพึ่งสื่อฯในการบอกกล่าวอีกทาง เพื่อจะให้รู้ถึงความเดือดร้อน สื่อให้ถึงภาคส่วนต่างๆได้รู้ว่า “ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังรอความช่วยเหลืออยู่”