ตร.น้ำหนองคาย สนธิกำลังหลายหน่วยงาน รวบสาวลาว พร้อมยาบ้า

154

ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์ฝึกอบรม ส.รน.2 กก.11 บก.รน. (สถานีตำรวจน้ำศรีเชียงใหม่) ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย นายสุชน ภัยธิราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย

พร้อมด้วย พ.ต.ต.ศิโรดม สนุ่นดี รักษาราชการแทน สว.ส.รน.2 กก.11 บก.รน. , ด.ต.เดชา อาจกลม , ด.ต.อภิวัฒน์ จันธานี , ด.ต.ธิติ แสนศิริรัตน์ ผบ.หมู่.ส.รน.2 กก.11 บก.รน ร่วมกับ พ.ต.ต.อครเดชน์ ภูทอง หน.ชปส.กก.11 บก.รน. , ร.ต.ท.ศิริวัฒน์ ต๊ะอาจ รอง หน.ชปส.กก.11 บก.รน. และ เจ้าหน้าที่ ชปส.กก.11 บก.รน. ,พ.ต.ท.สมชาย อาจนุการ สว.สส.สภ.ศรีเชียงใหม่ ร.ต.อ.ทูลใจ มโนขันต์ รอง สวป.สภ.ศรีเชียงใหม่ ร.ต.ต.ธนพัฒน์ บุญรอด รอง สวป.สภ.ศรีเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวน สภ.ศรีเชียงใหม่ ,ร.ต.อ.นิวัฒน์ เทนอิสสระ รอง ผบ.มว.ตชด.2454 พร้อมเจ้าหน้าที่ มว.ตชด.2454 พ.ต.ท.ธีรพงศ์ ประจักษ์จิตร์ สว.ตม.จังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดหนองคาย ,พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี สว.กก.3 บก.ป. ,ร.ต.อ.โกญจนารถ ชาวยามกา รอง สว.กก.3 บก.ป. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ,เจ้าหน้าที่ ซอนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , เจ้าหน้าที่ ศรภ.บก.ทท. และ เจ้าหน้า ศปก.ขว.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. , พล.ต.ต.ธนพล ศรีโสภา ผบก.รน. , พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย , พล.ต.ณัฐ สิงห์อุดม ผบก.ตชด.ภ.2 , พล.ต.สัญชัย รุ่งศรีทอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี , พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.11 บก.รน. , พ.ต.อ.เพิ่มศักดิ์ ตาตะนันทน์ ผกก.ตชด.24 , พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.สังคม , พ.ต.อ.สุรวุฒิ อุรัจฉัท ผกก.สภ.ศรีเชียงใหม่ ,พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิสมัย ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย

ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นางเพ็ดสะหมอน จันทะวง อายุ 37 ปี ราษฎร บ้านสำพันนา เมืองสังทอง แขวงนครหลวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว (พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 1 บ้านผาตั้ง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย) พร้อมของกลาง 1.ยาบ้าเม็ดสีส้ม ลักษณะเม็ดกลมแบน มีอักษรภาษาอังกฤษ WY ประทับอยู่ด้านหนึ่งของเม็ดยา จำนวน 13,752 เม็ด และ ยาบ้าเม็ดสีเขียว ลักษณะเม็ดกลมแบน มีอักษรภาษาอังกฤษ WY ประทับอยู่ด้านหนึ่งของเม็ดยา จำนวน 140 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแบบกดปิด-ดึงเปิด สีชมพู-น้ำเงิน รวมจำนวน 70 ถุง รวมจำนวนทั้งสิ้น 13,892 เม็ด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีใส จำนวน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 14.04 กรัม 3.โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องโดยกล่าวหาว่า ร่วมกันกับพวกมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติลาว เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายสุชน ภัยธิราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.3 กก.3 บก.ป. ได้รับแจ้งจาก ญาติของ นายประเวช หรือ เปี้ยว ดีวาลา ผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดบึงกาฬ แจ้งว่า นายประเวชฯ จะแจ้งข้อมูลกลุ่มเครือข่ายผู้ลักลอบค้ายาเสพติดให้โทษให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามจับกุม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.3 กก.3 บก.ป. เดินทางไปพบนายประเวชฯ เพื่อได้รับแจ้งข้อมูลกลุ่มเครือข่ายผู้ลักลอบค้ายาเสพติดให้โทษ เพื่อทำการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.3 กก.3 บก.ป.จึงได้เดินทางไปพบนายประเวชฯ ณ ห้องควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลยเรือนจำจังหวัดบึงกาฬ พร้อมได้รับแจ้งข้อมูลกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดคนลาวชื่อนางรุ่ง (ไม่ทราบนามสกุล) ราษฎร สปป.ลาว พร้อมได้รับแจ้ง แอพพิเคชั่นไลน์ ชื่อ“รุ่ง” และได้แจ้งข้อมูลกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ท้าวสิงโต (ไม่ทราบนามสกุล) ราษฎร สปป.ลาว พร้อมได้รับแจ้ง หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ให้แก่เจ้าหน้าที่ฯ ไว้เพื่อติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนางรุ่งฯ และ ท้าวสิงโตฯ เพื่อทำการจับกุมต่อไป จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.3 กก.3 บก.ป.ทำการสืบสวนติดตามและติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนางรุ่งฯ และ ท้าวสิงโตฯ เพื่อทำการจับกุมพร้อมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดคนลาวต่อไป

โดยผู้ค้ายาเสพติดนางรุ่งฯ และ ท้าวสิงโตฯ เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญได้มีความเคลื่อนไหวและลักลอบนำยาบ้าครั้งละ 1-10 มัด หรือ 2,000-20,000 เม็ด เข้ามาส่งต่อให้กับกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดคนไทย (ไม่ทราบชื่อ) ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ และ จ.หนองคาย ต่ออีกทอดหนึ่ง
80d6d17c41ce50c6ea928f835cad94ae371603286ec05c156a90418962afd66e
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.3 กก.3 บก.ป. , เจ้าหน้าที่ ศรภ.บก.ทท. และ เจ้าหน้าที่ ศปก.ขว.กกล สุรศักดิ์มนตรี จึงได้ร่วมกันออกสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว เพื่อทำการล่อซื้อยาบ้าจากนางรุ่งฯ และ ท้าวสิงโตฯ พร้อมได้มอบหมายให้สายลับ เป็นคนเจรจาและติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนางรุ่งฯ ทางระบบแอพพิเคชั่นไลน์ ชื่อ“รุ่ง”และ ท้าวสิงโตฯ ติดต่อทางโทรศัพท์ อีเมล เพื่อเจรจาซื้อขายยาบ้าจากบุคคลเป้าหมายดังกล่าว พร้อมได้แจ้งให้สายลับรายงานความเคลื่อนไหวการเจรจาติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนางรุ่งฯ และ ท้าวสิงโตฯ ให้กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรับทราบอยู่เป็นระยะๆ เรื่อยมา จากวันที่ 6-31 พฤษภาคม 2562โดยสายลับได้โทรศัพท์มือถือ ติดต่อสั่งซื้อยาบ้าจากนางรุ่งฯ ทางแอพพิเคชั่นไลน์ ชื่อ“รุ่ง”ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้อยู่หลายครั้งเนื่องจากนางรุ่งฯ น่าจะรู้ความเคลื่อนไหวว่านายประเวชฯ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมแล้ว สายลับจึงได้โทรศัพท์ติดต่อสั่งซื้อยาบ้าจากท้าวสิงโตฯ พร้อมได้เจรจาติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากท้าวสิงโตฯ เรื่อยมา ได้สั่งซื้อยาบ้าจากท้าวสิงโตฯ จำนวน 20 มัด หรือ 40,000 เม็ด ในราคามัดละ 50,000 บาท รวมเงินค่ายาบ้า 1,000,000 บาท โดยท้าวสิงโตฯ ได้แจ้งให้สายลับจ่ายเงินค่ายาบ้าให้แก่ท้าวสิงโตฯ ก่อน จำนวน 30-50เปอร์เซ็นต์ ถึงจะนำยาบ้าที่สั่งซื้อทั้งหมดนำมาส่งให้กับสายลับ ต่ออีกทอดหนึ่ง

ต่อมาวันที่ 1-3 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน/จับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ แจ้งว่าได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์มือถือจากท้าวสิงโตฯ แจ้งว่าท้าวสิงโตฯ ได้เกิดความเชื่อมั่นในสายลับ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของทั้งสองฝ่าย และความจริงใจต่อกันในรูปแบบการค้ายาเสพติด ท้าวสิงโตฯ จึงได้ตกลงจำหน่ายยาบ้าให้กับสายลับก่อน จำนวน 7 มัด หรือ 14,000 เม็ด พร้อมกับยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาวขุ่น เพื่อนำไปทดสอบตลาดหรือจำหน่าย ต่ออีกทอดหนึ่ง ในรูปแบบลักษณะผ่อนจ่ายตามที่ได้เจรจาตกลงกันไว้ในราคามัดละ 50,000 บาท รวมเป็นค่ายาบ้าและยาไอซ์ จำนวน 350,000 บาท พร้อมได้นัดหมายส่งมอบยาบ้าและยาไอซ์จำนวนดังกล่าวให้กับสายลับในวันที่ 4 มิถุนายน 2562 พื้นที่ อ.สังคม จ.หนองคาย ต่ออีกทอดหนึ่ง และเมื่อสายลับได้รับยาบ้าและยาไอซ์แล้ว ท้าวสิงโตฯ ได้แจ้งให้สายลับโอนเงินค่ายาบ้าและยาไอซ์ให้กับท้าวสิงโตฯ จึงได้รายงานให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อได้ทำการวางแผนจับกุมต่อไป

วันที่ 4 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 09.00-12.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน/จับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ แจ้งว่าได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์มือถือจากท้าวสิงโตฯ แจ้งว่าท้าวสิงโตฯ จะส่งมอบยาบ้าและยาไอซ์ให้กับสายลับและเจ้าหน้าที่อำพรางในห้วงเวลาประมาณหลังเที่ยงคืน (วันที่ 5 มิถุนายน 2562) เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้รายงานให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมวางแผนสนธิกำลังจับกุม
นายสุชน ภัยธิราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยต่อว่า ต่อมาเวลาประมาณ 14.00-15.00 น.วันเดียวกันสายลับได้รับการติดต่อจากท้าวสิงโตฯ แจ้งว่าได้นำยาบ้าและยาไอซ์ที่สั่งซื้อเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว และได้นำยาบ้าและยาไอซ์มาเก็บพักไว้อยู่กับลูกน้องของท้าวสิงโตฯ ในพื้นที่ บ้านผาตั้งฯ และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อจากผู้หญิง ที่จะนำยาบ้ามาส่ง และนัดรับยาบ้าและยาไอซ์ในช่วงเวลาใกล้ค่ำประมาณ 18.00 น.-19.00 น. หญิงคนดังกล่าวจึงได้ตกลง ต่อมาเวลาประมาณ 18.30 น.เจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์มือถือ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปรับเอายาบ้าและ ยาไอซ์ที่บริเวณจุดนัดหมายส่งรับยาบ้ากันวัดอ่างปลาบึก บ้านผาตั้งฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกับหญิงคนดังกล่าว พร้อมได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปรับเอายาบ้าและยาไอซ์กับหญิงคนดังกล่าวอยู่ที่บ้าน
78a580dbdd1fbade1667e23f54e035e204619b6c45367a835c40b9ab29851eca
จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่พบหญิงต้องสงสัย จำนวน 1 คน สวมใส่เสื้อแขนสั้นหลากสี กางเกงขาสั้นสีฟ้า ยืนรออยู่ที่ข้างถนนบริเวณพื้นที่จุดเกิดเหตุ หลังจากนั้นหญิงต้องสงสัยคนดังกล่าวได้เดินไปทางด้านข้างบ้านที่เกิดเหตุ สักพัก หญิงคนดังกล่าวได้เดินถือถุงพลาสติกสีขาว จำนวน 1 ถุงใหญ่ มาส่งให้กับเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ตรวจสอบดูพบว่าเป็นยาบ้าและยาไอซ์จากการสั่งซื้อจริง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าทำการควบคุมตัวหญิงคนดังกล่าวไว้ได้ โดยทราบชื่อผู้ต้องหาในภายหลังการจับกุมคือนางเพ็ดสะหมอน จันทะวง อายุ 37ปี ราษฎร บ้านสำพันนา เมืองสังทอง แขวงนครหลวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว (พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๒๕ หมู่ที่ 1 บ้านผาตั้ง ต.ผาตั้ง อ.สังคม) จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้นำถุงพลาสติกสีขาว จำนวน 1 ถุงใหญ่ มาทำการตรวจสอบพบเป็นยาบ้าและยาไอซ์ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่ายาบ้าและยาไอซ์ของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง ตนเองได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ จากท้าวเล่ (ไม่ทราบนามสกุล) ราษฎรบ้านอ่างใหญ่ เมืองสังทอง แขวงนครหลวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว ได้ว่าจ้างตนเป็นเงิน จำนวน 5,000 บาท ให้นำยาบ้าและยาไอซ์ของกลางมาส่งต่อให้กับพ่อค้ายาเสพติดคนไทย (ไม่ทราบชื่อ) ซึ่งตนได้มาทราบในภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการล่อซื้อยาบ้า จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้พร้อมของกลางเสียก่อน ส่วนเงินค่าจ้างตนยังไม่ได้รับจากท้าวเล่ฯ โดยจะได้รับเงินค่าจ้างก็ต่อเมื่อส่งมอบยาบ้าเสร็จแล้ว นางเพ็ดสะหมอนฯ ยังได้ให้การเพิ่มว่าตนเองเคยรับจ้างส่งยาบ้าให้กับท้าวเล่ฯ ผ่านมาแล้ว จำนวน 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 และรับว่าตนไม่เคยเสพยาบ้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอทำการตรวจค้นภายในบ้านหลังเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้มอบหมายให้นางเพ็ดสะหมอนฯ และ ผู้ใหญ่บ้านผาตั้งฯ เป็นผู้นำพาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการตรวจค้นภายในบ้านหลัง ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Wiko สีฟ้า-ขาว จำนวน 1 เครื่อง อยู่ภายในบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้นำมาทำการตรวจสอบดูพบว่ามีการโทรติดต่อกับท้าวเล่ฯ จริง จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันทำการควบคุมตัวนางเพ็ดสะหมอนฯ มาที่สถานีตำรวจน้ำศรีเชียงใหม่ เพื่อทำการตรวจยาบ้าและยาไอซ์ของกลางอย่างละเอียด ภายหลังการแถลงข่าวจะได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.สังคม ดำเนินคดีต่อไป

ข่าวจาก https://siamrath.co.th/n/83082

Comments

comments