ตร.ภ.4 เร่งล่า ‘นายใหญ่’ สั่งสองผัวเมีย ลอบขนยาเค-ยาอี-ยาเสียสาว จากหนองคายส่งขายกรุงเทพฯ

35

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษก บช.ภ. 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.คณิต ดวงหัสดี ผบก.กฏหมายและคดี บช.ภ.4 ,พ.ต.อ.สกล สิทธิวิชัย รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย ,พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ ผบก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวการผล การจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดพร้อมของกลางจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองหนองคายได้ตั้งจุดตรวจสกัดเพื่อป้องปรามปัญหาอาชญากรรม ที่ด่านตรวจหนองสองห้อง ฝั่งขาออกหนองคาย พื้นที่ตำบลค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย ก็พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อแวนซ่า สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับมุ่งหน้ามาที่ด่าน แต่ก่อนถึงด่านตรวจประมาณ 50 เมตร กลับเลี้ยวเข้าไปในปั้มน้ำมัน

รถเก๋งคันดังกล่าว เลี้ยวรถเข้าไปในปั้มน้ำมันในลักษณะกระทันหัน ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเห็นถึงพิรุธน่าสงสัยในพฤติกรรมของคนในรถเก๋งคันดังกล่าว จึงติดตามไปตรวจสอบในรถขณะจอดอยู่ในปั้ม ก็พบ น.ส.ภาสินี อายุ 36 ปี อยู่ ม.8 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนคนขับชื่อ นายพันธุ์ลภ อายุ 30 ปี อยู่ ม.3 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังจอดรถได้หลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นในรถเก๋งคันดังกล่าวพบกระเป๋าพลาสติกสีแดงจำนวน 2 ใบที่ท้ายรถเก๋ง จึงตรวจสอบในกระเป๋าพบยาอีสีส้ม สีเขียว สีเหลือง บรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 15 ถุง รวมทั้งหมด 15,000เม็ด และยาอีชนิดผงบรรจุในซองเกลือแร่ยี่ห้อหนึ่ง จำนวน470 ซอง และยาเสพติดยี่ห้อ Frimin บรรจุในถุงพลาสติกสีเขียวและสีแดง จำนวน 347 แผง และยาเสพติดเคตามีน บรรจุในถุงพล่าสติกสีเขียว จำนวน 10 ถุงๆละ 1 กิโลกรัวม รวมทั้งหมด10 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท”

พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า หลังตรวจค้นในรถและพบยาเสพติดจำนวนมาก ในเบื้องต้น น.ส.ภาสินี ให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตัวเองกับนายพันธุ์ลภ ซึ่งเป็นแฟนกัน มีผู้จ้างวานในราคา 50,000 บาท ขนยาเสพติดทั้งหมดจากจังหวัดหนองคายไปส่งที่จุดหมายในพื้นที่ภาคกลาง แต่มาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ แฟนจึงขับรถเข้าในปั้มและแฟนก็ทิ้งรถหลบหนีไป ในขณะเดียวกันช่วงคืนวันที่ 24 ต.ค.นายพันธุ์ลภ ก็ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปรับตัวนายพันธุ์ลภที่ริมถนนในพื้นที่ตำบลค่ายบกหวาน หลังรับตัวมา ก็ทำการสอบสวน นายพันธุ์ลภให้การรับสารภาพว่า เคยถูกจับในคดียาเสพติดและติดคุกที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ทำให้รู้จักกับนายตูมตาม เมื่อพ้นโทษออกมาก็ยังติดต่อกัน และนายตูมตามก็ว่าจ้างให้ขนยาเสพติดชนิดต่างๆไปส่งในพื้นที่ภาคกลาง รับจ้างมาแล้ว4 ครั้งๆละ 50,000บาท ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ขณะขับรถจะไปส่งของตามคำสั่งของนายตูมตามก็มาเจอด่านตรวจ จึงขับหลบเข้าไปในปั้ม แล้วหลบหนีไป”

“ส่วนยาเสพติดทั้งหมดเป็นเครือข่ายที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านข้ามมาส่งให้นายพันธุ์ลภและแฟนสาวก็มารับยาเสพติดทั้งหมด เพื่อนำไปส่งยังจังหวัดปลายทางในพื้นที่ภาคกลาง แต่เจอด่านของตำรวจจึงไปไม่รอดและแฟนสาวก็ถูกจับและหลบหนี แต่หนีไปต่อไม่ได้ เพราะรักและเป็นห่วงแฟนสาว จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบขยายผลจับกุมคนสั่งการซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกครั้งอย่างไรก็ตามภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ประเภท 2 (เคตามีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองหนองคายทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป” พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ กล่าว