วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดอุดรธานี

81

วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง ก่อนจะมาเป็นวัด มัชฌิมาวาส วัดมัชฌิมาวาสเป็นวัดร้างมาก่อน ชื่อว่าวัดโนนหมากแข้งแต่หลักฐานที่พอให้ทราบได้ว่าเป็นวัดร้างนั้น ก็มีอยู่ 2 อย่าง คือเจดีย์ศิลาแลงตั้งอยู่ที่โนน (เนิน) ประชาชนเล่าสืบกันมา ว่าเจดีย์นั้นได้ครอบ หรือ คร่อมตอหมากแข้งขนาดใหญ่ และมีพระพุทธรูปหินขาว ปางนาคปรก (ปัจจุบัน คือ หลวงปู่นาค) อยู่ภายในเจดีย์ ปัจจุบัน พระพุทธรูปหินขาว ปางนาคปรก ก็ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่หน้าพระอุโบสถ ให้ชาวอุดรฯและจังหวัดใกล้เคียงได้สักการะบูชา กันมาจนถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นพระพุทธรูปที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์คู่วัดมัชฌิมาวาสตลอดมา

หลวงพ่อนาค เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก วัสดุหินขาว พอกปูนทับองค์เดิม ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐๔ เซนติ เมตร สูง ๒๖๐ เซนติเมตร (เฉพาะองค์พระสูง ๑๔๙ เซนติเมตร) ศิลปะรัตนโกสินทร์นับเป็นพระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมืองของจังหวัดอุดรธานี ประดิษฐานที่มุขด้าน หน้าอุโบสถ วัดมัชฌิมาวาส

วัดมัชฌิมาวาส เดิมชื่อ วัดโนนหมากแข้ง โดยได้รับพระราชทานบรมราชานุญาตสถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 ตั้งอยู่ในตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 15 ไร่ 1 งาน มีถนนล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านทิศตะวันออก ติดกับถนนหมากแข้ง และถนนดุษฎี ด้านทิศใต้ ติดกับถนนวัฒนา ด้านทิศเหนือ ติดกับถนนโพนพิไสย อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการหลายแห่ง คือ ใกล้ศาลจังหวัดอุดรธานี โดยห่างจากศาลจังหวัดอุดรธานทีเพียง 40 เมตรเท่านั้น ใกล้กับสถานีกาชาดที่ ๙ และสาธารณสุขจังหวัด ประมาณ 30 เมตร ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 120 เมตร ด้านหลังติดกับโรงเรียนเทคนิคอุดรธานี โดยห่างกันเพียง 30 เมตร ห่างจากสำนักงานเทศบาลเมืองอุดรธานี ประมาณ 250 เมตร และตั้งอยู่ในย่านกลางของคุ้มต่าง ๆ คือ คุ้มบ้านห้วย คุ้มบ้านโนน คุ้มหมากแข้ง คุ้มทุ่งสว่าง และคุ้มบ้านคอกวัว
พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม สมัยดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงใหญ่ ผู้สำเร็จราชการหัวเมืองลาวพวน ได้ทรงสร้างวัดโนนหมากแข้ง (เคยเป็นวัดร้าง) แล้วมีภิกษุจำพรรษาอีกครั้ง เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดมัชฌิมาวาส เมื่อราว พ.ศ. 2436 พร้อมกับการสร้าง เมืองอุดรธานีขึ้น วัดมัชฌิมาวาสจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองอุดรฯจน ตราบเท่าทุกวันนี้

Matchimawat Temple Royal Monastery Before becoming Wat Matchimawat, Matchimawat temple was abandoned before. The name of Wat Non Mak Khaeng, but the evidence that can be known that it is a deserted temple, there are two things: laterite chedi located at Non (Noen). That the pagoda covered or straddled a large stump of mak Khaeng And there is a white stone Buddha image with a Naga (now Luang Pu Nak) inside the chedi. Currently, a white stone Buddha image with a Naga has been enshrined in front of the temple. Allowing people of Udon and nearby provinces to worship Together until today. And became a famous Buddha image in the matter of holiness, the matchmawat temple all along

Reverend Father Nak is a Buddha image with a Naga, white stone material covered with plaster over the original body. The lap size is 104 centimeters wide and 260 centimeters high (only the Buddha image is 149 centimeters high). Rattanakosin art is considered to be a Buddha image with a house. The city of Udon Thani. Enshrined at the porch in front of the Temple of Matchimawat

Matchimawat Temple, formerly known as Wat Non Mak Khaeng Which was granted Royal Monastery to be established as a royal temple of the third class of ordinary type on May 7, 1964, located in Mak Khaeng Subdistrict Mueang Udon Thani District Udon Thani Province Located on a total area of ​​15 rai, 1 ngan, surrounded by roads on 4 sides is the east Adjacent to Mak Khaeng Road and Dusadee Road on the south, next to Wattana Road on the north, next to Phon Phisai Road. It is close to many government buildings, which is near the Udon Thani Provincial Court. It is only 40 meters away from the U-Thanthee Provincial Court, close to the 9th Red Cross Station and the Provincial Public Health, about 30 meters away from the City Hall, about 120 meters behind the Udon Thani Technical School. They are only 30 meters apart, 250 meters from the Udon Thani municipal office and located in the middle of Khum, Baan Huai Khum, Ban Non Khum, Mak Khaeng, Thung Sawang. And worth the house Khok Wua
Major General Chao Borom Her Royal Highness Krom Luang Prajak Sillapakhom During his tenure as the High Commissioner Governor of the Lao Phuan Districts Has built Wat Non Mak Khaeng (Used to be a deserted temple), and then there are monks again Change the new name to Wat Matchimawat around 1893 with the creation Udon Thani city up Matchimawat Temple has therefore been reputed to be a temple that is the priceless temple of Udon. Until today

Comments

comments