วัดเขาอังคาร จังหวัด บุรีรัมย์

47

ภูเขาพระอังคาร เดิมชื่อ ภูเขาลอย เหตุที่เรียกว่าภูเขาพระอังคาร เพราะตามประวัติลายแทงธาตุพนม กล่าวไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. 8 ได้มีพญาทั้ง 5 ได้นำพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าไปบรรจุที่พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมีพระมหากัสสปะเถระและพระอรหันต์ 500 องค์ เป็นประธาน อีกพวกหนึ่งได้นำพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานบรรจุไว้บนภูเขาลอย ตามประวัติว่าตามที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้วที่เมืองกุสินารา หลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว โทณพราหมณ์ได้แจกพระธาตุไป 8 พระนครแล้ว อยู่มามีเมือง ๆ หนึ่งไปขอพระธาตุทีหลังเขาพอดีพระธาตุได้แจกไปหมดแล้ว โทณพราห์มจึงเอาทะนานทองตวงเอาธาตุพระอังคาร (ขี้เถ้า) ให้มา เมื่อได้พระอังคารธาตุจึงได้เดินทางกลับมาทางทิศอีสานใต้ พอถึงภูเขาลูกนึงคือภูเขาลอย มีรูปลักษณะสวยงามรูปร่างเหมือนรูปพญาครุฑนอนคว่ำหน้า จึงมีความคิดว่าน่าจะนำพระอังคารธาตุบรรจุไว้ที่แห่งนี้เมื่อลงความเห็นเป็นอันเดียวกันแล้ว จึงได้สร้างสถานที่บรรจุพระอังคารธาตุไว้ที่ไหล่ข้างซ้ายของพญาครุฑ และเปลี่ยนชื่อภูเขาลอยเป็นภูเขาพระอังคาร ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ภูเขาพระอังคาร เป็นแหล่งศึกษาด้านธรณีวิทยาเกี่ยวกับภูเขาไฟและมีความสำคัญเกี่ยวกับโบราณคดี ยังมีทรัพยากรหินที่สำคัญ ทรัพยากรป่าไม้หลากหลายพันธุ์ รวมทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา และวิวัฒนาการในการสร้างศาสนสถานด้วยน้ำมือมนุษย์อย่างแท้จริง ในสมัยโบราณของบรรพบุรุษของชาวอีสานใต้ 

ประวัติวัดเขาพระอังคาร บ้านเจริญสุข ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เป็นวัดที่สร้างมานานในยุคที่ขอมเรืองอำนาจแถวนี้ น่าจะสร้างในยุคเดียวกันกับปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ส่วนสถาบัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่เห็นในวัดปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างใหม่ทับของเก่า ตัววัดตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 ก.ม. ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคารซึ่งสูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย ดูสวยงามแปลกตา เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่างๆ เป็นวัดที่สร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่างๆ หลายรูปแบบงดงาม แปลกตาและน่าสนใจยิ่ง ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดีเพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก

Phra Angkharn Mountain was formerly known as “Floating Mountain” because it is also known as Mount Phra Angkharn. Because according to the history of the pattern that Phanom said that when the 8th B.E., there were all 5 Phaya Phra Urangkhathat of the Lord Buddha to be packed at Phra That Phanom. Nakhon Phanom Province The Maha Kassapathera and 500 Arhats were the chairman, and the other group of Buddha’s relics were placed on top of the floating mountain. According to history, according to the Lord Buddha entered the nirvana in Kushinara After giving the cremation cremation Ton Phrahman has distributed 8 relics to Phra Nakhon, and there is already a town to ask for relics, after him, all relics have been distributed. Ton Prahm then took the golden temple and brought the Phra Angkarn (ashes) to him. Upon reaching a mountain, it is a floating mountain. Has a beautiful appearance, shaped like a Garuda, lying face down Therefore thought that the elemental Angkara should be placed in this place after the same conclusion Therefore built a place to contain the Buddha’s relics on the left shoulder of Garuda And renamed the floating mountain to Phra Angkarn Mountain From that moment on Prangkarn Mountain It is a study of volcanic geology and is important in archeology. There is still an important stone resource. Various forest resources It is also a source of education about culture, traditions, beliefs, religion and evolution in building a place of worship by real human hands. In the ancient times of the ancestors of the southern Isan people

History of Khao Phra Angkarn Temple, Baan Charoensuk, Charoen Suk Subdistrict, Chalerm Prakiat District, Buriram Province is a temple built for a long time in the era of the Khmer power around this area. Should be built in the same era as Prasat Hin Khao Phanom Rung As for the building architecture seen in the current temple Most of them rebuilt over the old ones. The temple is located approximately 3 km from the village and is situated on the top of Phra Angkarn Mountain, approximately 320 meters above sea level. There is a church that has been applied from many periods of architecture. Looks strange and beautiful It is a magnificent temple in Buriram with churches, pavilions and buildings. It is a temple built to imitate the architecture of various periods. Many styles are gorgeous Quirky and interesting Inside the church, there are murals and stories of Buddhajakha in English. The temple area is a volcanic crater.It is thought that it used to be the location of an ancient site in the Dvaravati period because many stone carvings of that period remain.

Comments

comments