วัดไพรพัฒนา ศรีสะเกษ

74

หลวงปู่สรวงแต่เดิมเป็นชาวกัมพูชาและได้เดินทางมาอยู่บริเวณอำเภอขุนหาญและอำเภอขุขันธ์ แถบชายแดนตามเชิงเขาพนมดังรัก (พนมดองเร็ก) ซึ่งเป็นเขตกั้นกลางระหว่างประเทศกัมพูชา ท่านเป็นผู้ทรงศีลปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ และได้พักอาศัยอยู่ตามกระท่อมในไร่นาของชาวบ้านโคก และเวียนไปในที่ต่างๆ นานๆ ก็จะกลับมาให้เห็น ณ ที่เดิมอีก ในสายตาและความเข้าใจของชาวบ้านในสมัยนั้นมองท่านว่าเป็นผู้มีคุณวิเศษแตกต่างจากบุคคลทั่วไป และเรียกขานท่านว่า “ลูกเอ็อวเบ๊าะ” หรือ “ลูกตาเบ๊าะ” (เป็นภาษาเขมร หมายถึงพระดาบสที่เป็นผู้รักษาศีลอยู่ตามถ้ำตามป่าเขา)
ในสมัยนั้น มีป่าเขาอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่านานาพันธุ์ มีลูกศิษย์ติดตามหลวงปู่เดินธุดงค์ตามป่าเขาแถบชายแดนไทย ตลอดจนถึงประเทศเขมร แต่ก็อยู่กับหลวงปู่ได้ไม่นานจำต้องกลับบ้าน เนื่องจากทนความยากลำบากไม่ไหว หลวงปู่จึงเดินธุดงค์ไปในที่ต่างๆโดยลำพัง ทำให้ไม่มีใครทราบถิ่นกำเนิดและอายุของหลวงปู่ที่แท้จริง รู้เพียงแต่ว่าหลวงปู่เป็นชาวเขมรต่ำ ได้เข้าอาศัยในประเทศไทยนานแล้ว คนแก่คนเฒ่าผู้สูงอายุที่เคยเห็นท่านต่างพูดว่า พอจำความได้ก็เห็นท่านอยู่ในลักษณะเหมือนที่เห็นในปัจจุบันนี้ ผิดไปจากเดิมบ้างเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งหลวงปู่เป็นคนพูดน้อยและไม่เคยเล่าประวัติส่วนตัวให้ใครฟัง จึงไม่มีใครทราบประวัติและอายุที่แท้จริงของท่านได้ ชาวบ้านแถบนี้เห็นหลวงปู่บ่อยๆ ที่ป่าบ้านตะเคียนราม วัดตะเคียนราม (อำเภอภูสิงห์) แถวบ้านลุมพุก ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์ และตามหมู่บ้านอื่นๆ รอบชายแดน ท่านจะอยู่แถบนี้โดยตลอด แต่ก็จะไม่อยู่เป็นประจำในที่ใดที่หนึ่ง บางทีหายไป ๒-๓ ปีก็จะกลับมาใหม่อีกครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าหลวงปู่ไปไหน มาระยะหลังๆ นี้พบหลวงปู่เป็นประจำอยู่ในกระท่อมนาข้างต้นโพธิ์ บ้านขะยอง วัดโคกแก้ว บ้านโคกเจริญ กระท่อมนาระหว่างบ้านละลม กับบ้านจะบก กระท่อมนาบ้านรุน (อำเภอบัวเชด) และบ้านอื่นๆใกล้เคียง

วัดไพรพัฒนา เป็นที่พำนักของหลวงปู่สรวง นักบุญแห่งดินแดนอีสานใต้ พระผู้บำเพ็ญเพียรตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา อันมีเมตตาบารมีช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจนเป็นที่รักและศรัทธาของผู้คนทั่วไป จนเป็นที่เรียกขานกันว่า “เทวดาเดินดิน” ภายหลังจากที่หลวงปู่ละสังขารเมื่อปี 2542 สรีระสังขารของหลวงปู่ไม่เน่าเปื่อย ลูกศิษย์ได้นำไปบรรจุไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร และลอดใต้โลงแก้วเพื่อความเป็นสิริมงคล

Luang Pu Suang was originally a Cambodian and traveled to Khun Han District and Khukhan District. The border along the foot of Khao Phanom Dang Rak (Phanom Dong Reg), which is the border between Cambodia. He is a virtuous person who always practices morality. And lived in the huts in the fields of the villagers of Khok And circulate in various places for a long time, it will return to see at the same place again
In the eyes and understanding of the villagers at that time saw him as a wonderful person, different from ordinary people. And called him “Look Eaw,” or “Look-eyed baby” (in Khmer language Refers to Phra Dabos who is the observer of the precepts in caves in the forest)
In those days, there was a fertile forest full of forests and wild animals. There are pupils following Luang Pu, walking along the forest, hills in the Thai border. All the way to Cambodia But could not stay with Luang Pu for a long time, so I had to go home Because he could not endure hardships Luang Pu then went on a hike in various places alone. Causing no one to know the origin and age of the true grandfather I only know that Luang Pu is a low Khmer. Has been living in Thailand for a long time The old people, the elders who had seen him all said, As he remembered, he saw him in the way he saw him today. A little different from the original. In addition, Luang Pu is a little talkative and has never shared his personal history with anyone. Therefore no one can know your true history and age Villagers in this area see Luang Pu often. At Ban Takian Ram forest Wat Takian Ram (Phu Sing District) near Ban Lumphuk Kantararom Sub-district, Khukhan District, and in other villages around the border, you will always be in this area. But it will not be on a regular basis in one place, sometimes missing for 2-3 years, will come back again without knowing where Luang Pu has been around. Pho, Ban Khayong, Khok Kaew Temple, Ban Khok Charoen, a field cottage between Ban La Lom and Ban Ja Bok, Na Ban Run Cottage (Bua Chet District) and other houses nearby

Wat Phrai Phatthana is the residence of Luang Pu Suang. Saint of the land of the southeast. Buddhist monks along the Thai-Cambodian border They have mercy, charisma, help the suffering, the poor, the love and faith of the common people. Until it is known that “The angel walks the ground” after Luang Pu La Sangkharn in 1999, Luang Pu’s body of the body of the body does not perish. Disciples put them in a glass coffin. So that people and tourists can come to pay homage and make wishes And pass under the glass coffin for good fortune

Comments

comments