สุรินทร์ แสนลำบาก ขายข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละไม่ถึง 8 บาท

60

บรรยากาศการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิพันธุ์กรมการข้าว(กข.15) ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งช่วงนี้จะเป็นรอบการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ กข.15 ซึ่งเป็นข้าวเบา พบว่าเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสลักได อ.เมืองสุรินทร์ ได้ว่าจ้างรถเกี่ยวลงเกี่ยวข้าวที่กำลังสุกได้ที่กันแล้ว เพื่อนำเมล็ดข้าวเปลือกขึ้นมาตากแดดให้แห้ง ก่อนนำไปขายตามโรงสี หรือสถานที่ที่รับซื้อข้าว โดยใช้ระยะเวลาในการตากข้าวประมาณ 3-4 วัน หากฝนตกก็ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้นอีก โดยพบว่าปีนี้รวงข้าวค่อนข้างสมบูรณ์สวยงาม ผลผลิตก็ข้างดี แต่พบว่าราคาข้าวกับตกต่ำ เมื่อนำข้าวเปลือกไปขายเต็มที่ ได้ กก.ละ 8 บาท บางรายโดนหักค่าความชื้นและความสมบูรณ์ของเมล็ดข้าวด้วย จะเหลืออยู่ประมาณราคา กก.ละ 5-6 บาทเท่านั้น ส่งทำให้เกษตรกรชาวนาจำนวนมาก ที่คาดหวังกับเงินกำไร ที่ลงทุนไปกับการทำนาปีนี้ และหวังจะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้หนี้ ส่งลูกเรียน และไว้เลี้ยงดูครอบครัว กลับต้องผิดหวังไปตามๆกัน

นายฮวม พิมพ์งาม ชาวบ้านตะวัน ม.8 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ บอกว่า ปีนี้ผลผลิตข้าวถือว่าดีอยู่ แต่ราคาข้าวไม่ดีถูกมาก ขายได้กิโลกรัมละ 5-7 บาทเท่านั้น แต่ปุ๋ยที่นำมาหว่านข้าวกระสอบละ 8-9 ร้อยบาท ไม่คุ้มกับการลงทุน แต่ก็ต้องทนทำ เพราะอาชีพของเราคือการทำนา จะทิ้งก็ทิ้งไม่ได้ ตนทำนาทั้งหมด 30 ไร่ เป็นนาที่เช่าเขาทำ ไร่ละ 1 พันบาท ถ้าหักค่าเช่านา ค่าการลงทุนปีนี้ไม่เหลืออะไรเลย ค่าจ้างคนมาช่วยตากก็วันละ 300 บาทแล้วต่อคน ใช้เวลาตากจนข้าวแห้งก็ 3-4 วัน หากฝนตกก็ต้องเพิ่มเวลาวันตากไปอีก ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยให้ข้าวเปลือกมีราคาสูงขึ้นกว่านี้ ได้ กก.ละ12-13 บาท ชาวนาถึงจะอยู่ได้และพอจะมีกำไรบ้าง ปีนี้ไม่ได้อะไรเลย ขาดทุนกันทุกคน มีแต่คนบ่นว่าข้าวราคาถูกมาก

ขณะที่นางเจียน สมุดทอง ชาวบ้านตะวัน ม.8 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ บอกว่า ตนทำนาอยู่ 8 ไร่ ผลผลิตไม่ค่อยดีปีนี้ ข้าวเป็นโรครวงข้าวไหม้ ตายเป็นหย่อมๆ ถ้าเฉลี่ยกันแล้ว 8 ไร่ ลงทุนไปค่าปุ๋ยก็กระสอบละ 7-8 ร้อยบาทแล้ว ได้ข้าวแค่นี้จะขายได้กี่ตังค์ ไหนจะลงทุนค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว ค่าเช่านา ดูแล้วไม่คุ้มหรอกขาดทุน ค่ารถเกี่ยวไร่หนึ่งก็ 550 บาทแล้ว ค่าอุ้มข้าวมาจากนาอีกร้อยหนึ่ง และต้องตากอีก 4 วันกว่าข้าวจะแห้ง เมื่อนำไปขายยังมีหักค่าความชื้นอีก ถ้าข้าวสวยๆราคาอยู่ที่ กก.ละ 8 บาท หักความชื้นอีกจะเหลือที่ 7 บาท ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวนาให้อยู่กันได้บ้าง หากให้ข้าวราคาสูงกว่านี้ ถ้าได้ กก.ละ 10 บาทขึ้นไป พวกเราถึงจะอยู่ได้ สรุปแล้วทำนาปีนี้คงไม่ได้ทุนคืนหรอก แต่เราก็ต้องทำเพราะพ่อแม่ของเราพาทำมาตั้งแต่ดั้งเดิมนานแล้ว และก็เป็นอาชีพของเราด้วย

Atmosphere of harvesting jasmine rice varieties from the Rice Department (Kor Khor. 15) of farmers in Surin province. This period is the harvesting cycle of jasmine rice, Kor Kor 15, which is light rice. found that farmers in Salakdai sub-district Mueang Surin Has hired a combine harvester to harvest the rice that is already ripe. to bring the paddy seeds up to dry in the sun before being sold to the mill or a place to buy rice It takes about 3-4 days to dry the rice. If it rains, it takes more time. It was found that this year the ears of rice were quite complete and beautiful. Productivity is also on the good side. But found that the price of rice and falling When the paddy is sold in full, it can get 8 baht per kg. Some people are also deducted the moisture and integrity of the grain. There will be approximately the price of 5-6 baht per kg only. Send to many farmers. expected with profit who invested in farming this year and hopes to use this money to pay off debts, send children to school, and to support the family Instead, they must be disappointed.

Mr. Huam Pimngam, a villager from Tawan Village, Village No. 8, Salakdai Subdistrict, Mueang District, Surin Province, said that this year’s rice production is considered good. But the price of rice is not good, very cheap It can only be sold for 5-7 baht per kilogram, but the fertilizer used to sow 8-9 hundred baht per sack of rice is not worth the investment. but have to endure because our occupation is farming Can’t leave it, can’t leave it They cultivate a total of 30 rai, which is rented for him, 1 thousand baht per rai if the rent is deducted. This year’s investment cost is nothing left. The wages of people to help dry the rice is 300 baht per day per person. It takes 3-4 days to dry until the rice is dry. If it rains, the drying time must be increased further. I would like the government to help the paddy price to be higher than this, 12-13 baht per kg, so that farmers can live and have some profit. Nothing this year Everyone’s loss There are people who complain that the rice is very cheap.

While Mrs. Jian Kraemthong, a villager from Tawan Village, Village No. 8, Salak Dai Subdistrict, Mueang District, Surin Province, said that she is farming for 8 rai. The yield is not good this year. Rice has blast disease die in patches If an average of 8 rai has been invested in fertilizer, it’s 7-8 hundred baht per sack, and how many bucks of rice can be sold like this? Where to invest in plowing, sowing, fertilizing, harvesting, and renting the field, it’s not worth the loss. The cost of harvesting a rai is 550 baht. The cost of carrying rice comes from another hundred. and have to dry for another 4 days until the rice is dry When selling, there is a deduction of moisture. If the beautiful rice is priced at 8 baht per kg, the humidity is reduced to 7 baht. I would like the government to help farmers live together. If the price of rice is higher than this, if we get 10 baht per kg or more, then we can live. In conclusion, this year’s farming may not get the money back. But we have to do it because our parents have been doing it since the beginning for a long time. And it’s also our profession.

Comments

comments