“ยังเป็นฉันหรือเปล่า” ซิงเกิลใหม่จาก “ไอซ์ ธมลวรรณ” ดึง “ พีท” น้องชาย “ตู่ ภพธร” ประเดิมการแสดงในฐานะพระเอก MV

แม้จะห่างจากการทำเพลงไปนาน แต่ ไอซ์ ธมลวรรณ ศิลปินสาวเสียงเท่จากเวที The Voice Thailand Season 5 ก็ไม่ได้หายจากการมอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้แฟนๆ เพราะเธอยังคงเดินหน้าทำผลงานคัฟเวอร์บน YouTube แต่วันนี้เธอกลับมาพร้อมกับผลงานเพลงใหม่ “ยังเป็นฉันหรือเปล่า” จากค่าย  YES i AM (เยสไอแอม)  ถือเป็นซิงเกิลเดี่ยวของตัวเองในรอบ 2 ปี ที่จะมาขยี้หัวใจคนที่กำลังสับสน และสงสัยว่าคนในใจเขา..ยังเป็นเราอยู่หรือเปล่านะ?

ครั้งนี้ ไอซ์ ธมลวรรณ ต้องเจอกับอีกหนึ่งความท้าทายใหม่ เพราะในซิงเกิลนี้ได้ถ่ายทอดอารมณ์เพลงในสไตล์ที่แตกต่างไปจากสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยผ่านผลงานการคัฟเวอร์ แถมยังได้ศิลปิน-นักแต่งเพลงมากฝีมืออย่าง เอก-สุดเขต จึงเจริญ หรือ เอก Season Five มาเขียนเนื้อร้องให้ ซึ่งไอเดียส่วนหนึ่งของเพลงนี้ ก็ถูกหยิบมาจากเรื่องส่วนตัวของ ไอซ์ ธมลวรรณ ที่มีนิสัยเป็นคนขี้ตื้อ จึงนำคอนเซ็ปนี้มาปรับให้เข้ากับความสัมพันธ์ และน่าจะโดนในคนในยุคนี้ 

            โดยเนื้อหาของเพลง “ยังเป็นฉันหรือเปล่า” เล่าแทนความในใจคนที่กำลังเจอกับความกังวล ความสับสบ และรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนไปในความสัมพันธ์ จนเกิดเป็นคำถามขึ้นมาระหว่างเราว่า มันผิดที่ฉันหรือเปล่า แล้วฉันต้องทำยังไง เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม โดย  ไอซ์ ธมลวรรณ เล่าถึงซิงเกิลใหม่นี้ให้ได้ฟังว่า …

            “หลายคนที่คุ้นเคยกับเพลงเศร้าๆ ในแบบที่ไอซ์คัฟเวอร์ไว้บนยูทูป ครั้งนี้จะได้ฟังแนวเพลงใหม่ๆ ที่ตัวไอซ์เองก็ตื่นเต้นกับผลงานชิ้นนี้มาก ไอซ์รู้สึกชอบเพลงนี้ตั้งแต่ได้ฟังเดโมครั้งแรก เลยทำให้กดดันเล็กน้อยตอนที่ต้องเข้าห้องอัด และเพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงที่ถ่ายทอดออกมาได้ยากเหมือนกัน เพราะว่ามีเรนจ์ของเสียงที่กว้างมาก แถมยังเพิ่มความท้าทายด้วยการเปลี่ยนคีย์ในท่อนหลังด้วย แต่ว่าสุดท้ายก็ทำออกมาได้เต็มที่ และหวังว่าทุกคนจะชอบเพลงนี้เหมือนที่ไอซ์ชอบค่ะ”

            นอกจากนี้ยังมาพร้อม Music Video อารมณ์หม่น ที่ได้น้องชายสุดหล่อของ ตู่ ภพธร                 “พีรพล สุนทรญาณกิจ (พีท)” มาประเดิมการแสดงในฐานะพระเอก MV โดยหยิบเอาสถานการณ์ชวนอึดอัดของคู่รัก เมื่อมีคนหนึ่งเปลี่ยนไปแล้ว แต่อีกคนยังเหมือนเดิม และยังต้องวนเวียนอยู่ใกล้กัน ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ในหัวใจแหลกสลาย ไปหาคำตอบด้วยกันว่า จะแก้ไขให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม หรือไม่ว่ายังไงก็ต้องพบกับความเจ็บอยู่ดี สามารถฟังเพลง “ยังเป็นฉันหรือเปล่า”  และติดตามชม Music Video ได้ที่ YouTube : iam official channel และ YouTube :Ice Tamonwan   https://youtu.be/Mfrdd02pwx4

บอยกรุ๊ปไฟแรง LUMINOUS (ลูมินัส) คัมแบ็คส่งมินิอัลบั้มใหม่ที่มาพร้อมเพลงไตเติ้ล All eyes down (Advance)

การกลับมาอีกครั้งของหนุ่มๆบอยกรุ๊ป ‘LUMINOUS’ (ลูมินัส) (루미너스) จากค่าย BarunsonWIP (บารูนซอน ดับเบิลยูไอพี) พร้อมเปิดตัว 5 เพลงใหม่จากอัลบั้ม “Between Light & Darkness (Self n Ego)” ซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อหาและข้อความที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่น และถือได้ว่าเป็นอัลบั้มที่ถูกรังสรรค์ผลงานทุกรายละเอียดมาอย่างดี จนกลายเป็นที่เฝ้ารอและคาดหวังเป็นอย่างมากจากแฟนเพลงทั่วโลก
สำหรับลิสต์เพลงใหม่จากวง LUMINOUS วงบอยกรุ๊ปสุดฮ็อตนำโดยหัวหน้าวง จองยองบิน, ซูอิล, สตีเว่น คิม, และอูบิน ได้ถูกปล่อยออกมาเป็นมินิอัลบั้มที่ 2 ที่ใช้ชื่อว่า ” Self n Ego ” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการทุกช่องทางของวง ประกอบไปด้วย 5 เพลง รวมถึงเพลงไตเติ้ลของอัลบั้ม อย่าง ” All eyes down (Advance)” และอีก 4 เพลงคือ “MATRYOSHKA”, “Trouble”, “Scintillation (blind)” และ “Want it more?” ซึ่งครั้งนี้ได้หนุ่มสตีเว่น คิม สมาชิกของวงได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้องของเพลงในอัลบั้มนี้อีกด้วย


สำหรับ เพลงไตเติ้ล ” All eyes down (Advance)” เป็นเพลงที่แสดงให้เห็นสีสันที่แตกต่างของวง LUMINOUS โดยมีบีทฮิปฮอปหนักๆ เป็นเบสผ่านเนื้อเพลงที่พูดถึงความหวัง และแอบแฝงเครื่องหมายคำถามเกี่ยวกับความหวังที่ไม่จริงฝังอยู่ลึกในใจในเวลาเดียวกัน บวกกับความรู้สึกความอ่อนไหวท่ามกลางความหวัง และความกลัวในชีวิต เป็นอาการที่ขัดแย้งกัน ได้ถูกเติมเต็มด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “โจ๊กเกอร์””วัยรุ่นที่ถึงจะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็งดงามอย่างพวกเราที่พร้อมจะพุ่งทะยานไปข้างหน้า และจะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตัวเองเติบโตยิ่งขึ้นไปอีก ความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากจะกระโดดก้าวข้ามผ่านตัวเองขึ้นไปข้างบนถึงแม้ว่าจะต้องโอบกอดกับความกลัวที่ไม่สามารถเอาชนะไปด้วยก็ตาม เราก็จะวิ่งต่อไปถึงแม้ว่าไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร”ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงแนว bass trap ที่เน้นความทรงพลัง (powerful) เปิดด้วยอินโทรสะดุดหูและเสียงเบสที่หนักแน่นเป็นพิเศษ ทั้งยังรวมถึง Padsynth ที่ช่วยแปลงให้เกิดเสียงที่ดุดัน ช่วยดึงเอาอารมณ์และออร่าของความน่าลึกลับออกมาได้เป็นอย่างดี


“Between Light and Darkness (Self n Ego)” เป็นอัลบั้มที่แสดงออกถึงสถานการณ์อันวุ่นวายระหว่าง ‘ตัวตนที่แท้จริง (self)’ และ ‘ตัวตนอันจอมปลอม (ego)’ ของผู้คนที่เป็นเหมือนกับหน้ากาก อีกทั้งยังถือเป็นการเปรียบเทียบกันระหว่าง ‘แสงสว่าง’ และ ‘ความมืดหม่น’ โดยการใช้เพลง “Where am I” เป็นธีม หลัก และหากดูจากผลงานที่ผ่านมาของหนุ่มๆ วง LUMINOUS จะเห็นได้ว่าพวกเขาจะบอกเล่าเรื่องราวของ “วัยรุ่นที่เข้มแข็งและสวยงาม” พร้อมแฝงความเห็นอกเห็นใจและการปลอบโยนให้กับคนฟังอีกด้วย
ชื่อวงของบอยกรุ๊ป LUMINOUS มีความหมายที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของพวกเขา ด้วยความหมายของคำว่า LUMINOUS ซึ่งแปลว่า ‘แสงอันสว่างไสวที่ส่องแสงแม้กระทั่งในที่ที่มืดมิด’ เหมือนกับที่พวกเขาคอยปลอบโยน และให้กำลังใจแฟนเพลงผ่านเพลงต่างๆของพวกเขา เรียกง่ายๆว่าหนุ่มๆวง LUMINOUS ก็เหมือนกับ “เพื่อนที่เป็นเหมือนแสงสว่าง” และแน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้ หลายคนต่างคาดหวังว่าพวกเขาจะสามารถเรียกความสนใจจากแฟนๆ ได้อีกครั้ง ผ่านเนื้อเพลงที่จริงใจและโชว์การแสดงที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา ซึ่งยังเป็นการบอกเล่าหลากหลายเรื่องราวเกี่ยวกับวัยรุ่นไปในตัว
สำหรับมินิอัลบั้มที่ 2 ของ LUMINOUS ซึ่งมีชื่อว่า “Between Light and Darkness (Self n Ego)” เผยให้เห็นถึงมุมมองต่อโลกที่กว้างขึ้น และความหลากหลายทางดนตรีของวง LUMINOUS พร้อมให้ทุกคนได้รับฟังกันแล้วตั้งแต่วันนี้และสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://youtu.be/wkeC1r-Db8g
สามารถติดตามได้ทั้งในช่องทาง TikTok, Youtube, VLive, Twitter, Instagram, Facebook, และ Fancafe ที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์จากหนุ่มๆ LUMINOUS หรือผ่านช่องทางต่างๆ ที่
Instagram  : https://www.instagram.com/lmn5_official    Youtube : www.youtube.com/LUMINOUSOFFICIALTikTok  : https://www.tiktok.com/@lmn_officialTwitter  : https://twitter.com/LMN5_officialVLive  : https://www.vlive.tv/channel/9EAC11Facebook  : https://www.facebook.com/Luminous-106729244411940/

ผกก.เมืองกาฬสินธุ์สยบดราม่าพลขับติดโควิด

ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามข้อเท็จจริงกับ พ.ต.อ.พัทฐกร ศาสนะสุพินธ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยพ.ต.อ.พัทฐกร กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวนั้นต้องขอทำความเข้าใจหลักๆ 3 ประเด็นว่า เรื่องแรกพลขับติดเชื้อโควิด-19 แล้วมีการกล่าวหาว่าตนไม่กักตัว ซึ่งเรื่องนี้พลขับของตนเริ่มมีไข้เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ตนจึงแนะนำให้ตรวจเอทีเค 2 รอบผลเป็นบวก จึงได้ให้เข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งก็พบว่าผลเป็นบวก ก่อนที่จะเข้าสู่ขบวนการรักษา ทั้งนี้ในส่วนของตนนั้นก็ได้ตรวจเอทีเควันเดียวกัน ผลเป็นลบ พร้อมกับเริ่มกักตัวที่บ้านพัก ต่อมาได้ให้ลูกชายของตำรวจในโรงพักที่เป็นเจ้าหน้าที่รพ.สต.มาตรวจซ้ำอีกรอบ ซึ่งผลก็เป็นลบ และก็ยังกักตัวต่อ จากนั้นได้เข้าไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์อีก 2 รอบผลก็ไม่พบเชื้อ ทั้งนี้ในช่วงที่ทราบผลว่าพลขับติดเชื้อโควิด-19 จากญาติพี่น้องนั้น ยืนยันว่าตนได้กักตัวที่บ้านพัก และตรวจหาเชื้อเป็นระยะ เพื่อความปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่จะสั่งงานทางไลน์หรือโทรศัพท์เท่านั้น เว้นแต่มีภารกิจเร่งด่วนและจำเป็นจริงๆที่จะต้องขึ้นไปบนห้องทำงาน แต่ก็ไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ และให้เสนอเซนต์งานนอกห้อง

พ.ต.อ.พัทฐกร กล่าวต่อว่า ในส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าตนประชุมบ่อยๆ ทั้งที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนั้น ยืนยันว่าตั้งแต่มารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา มีการประชุมเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนกรณีออกคำสั่งประชุมก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไปได้มีความเข้าใจในแนวทางนโยบายและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา ตลอดจนมีการทำงานร่วมกันทุกฝ่ายทั้งฝ่ายสอบสวน สืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม และฝ่ายจราจร เพื่อที่จะนำไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลังจากพลขับติดเชื้อโควิด และตนเองอยู่ในกลุ่มก็ยังไม่มีการประชุมอีกเลย

พ.ต.อ.พัทฐกร กล่าวอีกว่า ในส่วนกรณีการจัดกิจกรรมกีฬานั้น ก่อนหน้านี้ได้สอบถามตำรวจสภ.เมืองกาฬสินธุ์ไปแล้วว่าชอบกิจกรรมอะไร เพื่อที่จะผ่อนคลายจากการทำงาน ส่วนใหญ่ก็อยากเล่นฟุตบอล ตนจึงได้จัดกิจกรรมให้ข้าราชการตำรวจสภ.เมืองได้เล่นกีฬาและออกกำลังกาย หลังเสร็จสิ้นภารกิจจากการทำหน้าที่หรือเลิกงาน ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 คือจะต้องตรวจเอทีเคก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งวัตถุประสงค์ก็ เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายด้วย

อย่างไรก็ตามฝากจะฝากไปถึงผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบและถี่ถ้วนก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ เพราะอาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และเกิดความตื่นตระหนกได้ ซึ่งกรณีนี้หากไม่ทราบเรื่อง หรืออยากทราบข้อเท็จจริงก็ให้มาถามตนได้ ซึ่งตนยินดีที่จะตอบข้อสงสัยทุกเรื่อง

The reporter asked for facts with Pol Col. Pattakorn Sasanasuphin, Superintendent of the Muang Kalasin Police Station. to inquire about what happened Pol Col. Pattakorn said that for such matters, three main points must be understood: First, the driver was infected with COVID-19. Then there are accusations that he did not detain. In this regard, his driver started to have a fever on January 7, 2022, so he recommended that the ATK test 2 rounds, the result was positive, so he had to go to Kalasin Hospital for examination. which was found to be positive. before entering the treatment process On his part, he had his ATK test on the same day, negative, and began quarantine at his home. Later, the son of the policeman in the police station who is a police station officer came to check again. which result is negative and still detained Then went to be examined at Kalasin Hospital for another 2 rounds, the result was no infection. During the time when the driver was known to be infected with COVID-19 from that relative confirmed that he was detained at his home and periodically check for infection for safety Most of which work orders via line or phone only. Unless there is an urgent mission and it is really necessary to go up to the office. but did not let anyone come near and offer to work outside the room

Pol Col. Pattakorn added that in the case of accusations that he often meets both in that risk group Confirm that since taking office on December 1, 2021, there have been only 2 meetings. In the case of issuing a meeting order, it is for officers from the level of the inspector up to have an understanding of the policy guidelines and orders of the supervisors. as well as working with all parties, including the investigation, investigation, prevention and suppression department, and traffic department, in order to operate effectively But after the driver was infected with covid And he was in the group, there was no meeting again.

Pol Col. Pattakorn said that in the case of sports activities Previously, I had asked the Muang Kalasin Police Station what activities I liked. in order to relax from work Most of them want to play football. Therefore, he has organized activities for police officers of the City Police Station to play sports and exercise. After completing the mission from duty or quitting work under the measures to prevent covid-19 is to check ATK before participating in the activity which the purpose is to have good health Immune to various ailments as well as being a relaxing activity

However, I would like to leave it to the person who posted the said message must check the facts carefully and thoroughly before being published. because it may cause people to misunderstand. and panic In which case, if you do not know about Or if you want to know the facts, you can come and ask yourself. which he is willing to answer all questions